ลุ้นแชมป์เต็มตัว

    หลังจากที่มีการเปลี่ยนกุนซือจากอันโตนิโอ คอนเต้ ที่คุมทีมเชลซีคว้าแชมป์ได้ทั้ง 2 ฤดูกาล โดยเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลแรก และแชมป์เอฟเอ คัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือที่ไม่เคยพาทีมไหนคว้าแชมป์ได้เลยตลอด 20 ปีในฐานะกุนซือของเขา ทำให้แฟนบอลหลายคน รวมถึงบริษัทรับพนันที่ถูกกฏหมายของอังกฤษต่างมองว่าเชลซีในยุคของกุนซือวัย 59 ปีคนนี้ไม่น่าจะมีดีพอที่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้ โดยพวกเขาหล่นไปเป็นเต็ง 5 ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกก่อนฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ

แต่หลังจากที่ผ่านเกมพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 5 นัด ต้องบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ในยุคของเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือสิงห์อมควันรายนี้มีลุ้นพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้แบบเต็มตัว หลังจากที่พาทีมเก็บชัยชนะได้ถึง 5 นัดรวด และนำเป็นจ่าฝูงของตารางพรีเมียร์ลีกหลังผ่าน 5 นัดด้วย ซึ่งเขาถือว่าเป็นกุนซือรายที่ 4 เท่านั้น ที่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะ 5 นัดรวด ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้มีทางคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนเคยทำได้กับเชลซีในฤดูกาล 2009-2010 เป็ป กวาดิโอล่า กุนซือชาวสเปนก็เคยทำกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ในฤดูกาล 2016-2017 และเคร็ก เช็คสเปียร์ กุนซือขงเลสเตอร์ ซิตี้ก็เคยทำได้เช่นกันในฤดูกาลนั้น และก็มาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ในฤดูกาลนี้ ซึ่งชัยชนะ 5 นัดรวดในพรีเมียร์ลีกมีเกมใหญ่ที่เชลซีสามารถเอาชนะอาร์เซน่อลได้ 3-2 ด้วย ทำให้พวกเขาขยับขึ้นมาเป็นทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ร่วมกับแชมป์เก่า อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทีมฟอร์มแรงอย่างลิเวอร์พูลด้วยทันที ซึ่งไม่ใช่แค่ดูจากผลงานที่ชนะได้ 5 นัดรวดเท่านั้น แต่ด้วยแนวทางการทำทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ด้วย ที่ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกอย่างเต็มตัว และสามารถครองบอลได้มากกว่าคู่แข่งได้ทุกนัด ทำให้พวกเขากุมความได้เปรียบตลอดในการเล่นแต่ละนัด ถึงแม้ว่าจะยังมีปัญหาในเรื่องของจังหวะเข้าทำประตูอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ยังสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้ง 5 นัด ทำให้พวกเขาถูกขยับให้ขึ้นมาเป็นเต็ง 3 ที่จะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ โดยแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่หล่นลงไปเป็นเต็ง 4 และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่หล่นลงไปเป็นเต็ง 5 แทนเรียบร้อยแล้ว